Posted on: 30 กันยายน 2023 Posted by: otopthapsakae Comments: 0

สิ่งที่น่าสนใจของสับปะรด

สับปะรดเป็นผลไม้ที่น่าสนใจและมีประโยชน์มาก

  • ป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ สับปะรดเป็นผลไม้ที่พบได้ทั่วไปในเขตร้อนและเขตอบอุ่น แต่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ โดยเชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากบริเวณประเทศบราซิลและกายอานา
  • เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ สับปะรดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ เช่น วิตามินซี แมงกานีส โพแทสเซียม และไฟเบอร์ วิตามินซีในสับปะรดช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด และช่วยสมานแผล แมงกานีสช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยในการเผาผลาญ โพแทสเซียมช่วยควบคุมความดันโลหิตและการทำงานของหัวใจ และไฟเบอร์ช่วยในการย่อยอาหารและป้องกันโรคท้องผูก
  • มีเอนไซม์บรอมมีเลน สับปะรดมีเอนไซม์บรอมมีเลน (bromelain) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยย่อยโปรตีน เอนไซม์บรอมมีเลนนี้มีประโยชน์ในการย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยสมานแผล
  • เป็นผลไม้ที่ปลูกง่าย สับปะรดเป็นพืชที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนระบายน้ำได้ดี ต้องการแสงแดดจัด และปริมาณน้ำฝนปานกลาง
  • เป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อย สับปะรดมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว รับประทานง่าย และนิยมรับประทานสดๆ หรือนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู

สรรพคุณของสับปะรด

  • ช่วยย่อยอาหาร สับปะรดมีเอนไซม์บรอมมีเลน (bromelain) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยย่อยโปรตีน เอนไซม์บรอมมีเลนนี้มีประโยชน์ในการย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยสมานแผล
  • ช่วยขับปัสสาวะ ใบสับปะรดมีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ แก้อาการขัดเบา ปัสสาวะขัด
  • ช่วยแก้โรคเกาต์ เปลือกสับปะรดมีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ และบรรเทาอาการของโรคเกาต์
  • ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง สับปะรดมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกทำลาย และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ
  • ช่วยบำรุงผิวพรรณ สับปะรดมีวิตามินซี ซึ่งช่วยสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส
  • ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน สับปะรดมีแมงกานีส ซึ่งช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สับปะรดมีแมงกานีส ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยลดน้ำหนัก สับปะรดมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารและป้องกันโรคท้องผูก

กินสับปะรดตามความพอดี

ปริมาณที่เหมาะสมในการรับประทานสับปะรดต่อวันคือประมาณ 6-8 ชิ้นคำ ซึ่งเท่ากับประมาณ 1 ถ้วยตวง โดยปริมาณนี้จะได้รับวิตามินซีประมาณ 130 มิลลิกรัม ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการวิตามินซีของร่างกายในแต่ละวัน

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีอาการแพ้สับปะรด ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานสับปะรด และผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร ควรรับประทานสับปะรดในปริมาณที่พอเหมาะ เนื่องจากเอนไซม์บรอมมีเลนในสับปะรดอาจทำให้อาการของโรคกระเพาะอาหารแย่ลงได้

นอกจากนี้ ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรระมัดระวังในการรับประทานสับปะรด เนื่องจากสับปะรดอาจเพิ่มฤทธิ์ของยาต้านการแข็งตัวของเลือดได้

หากต้องการรับประทานสับปะรดในปริมาณที่มากขึ้น สามารถทำได้ แต่ควรรับประทานอย่างพอเหมาะ และควรดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงจากเอนไซม์บรอมมีเลน

โทษของสับปะรด
  • อาการแพ้ บางคนอาจมีอาการแพ้สับปะรด ซึ่งหากรับประทานเข้าไปจะทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ผื่นขึ้น คัน หายใจลำบาก ในกรณีนี้ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานสับปะรด
  • อาการระคายเคือง เอนไซม์บรอมมีเลนในสับปะรดอาจทำให้มีอาการระคายเคืองต่อผิวหนัง ดวงตา หรือเยื่อบุในช่องปากได้ ในกรณีนี้ควรรับประทานสับปะรดในปริมาณที่พอเหมาะ และควรดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการระคายเคือง
  • ผลข้างเคียงจากยา สับปะรดอาจเพิ่มฤทธิ์ของยาต้านการแข็งตัวของเลือด หากรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรระมัดระวังในการรับประทานสับปะรด
ข้อควรระวังในการรับประทานสับปะรด
  • ผู้ที่มีอาการแพ้สับปะรด ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน
  • ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร ควรรับประทานสับปะรดในปริมาณที่พอเหมาะ
  • ผู้ที่เป็นโรคตับอ่อนอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน

Leave a Comment